โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ::: Nongbuapittayakarn
[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
:.ครูและบุคลากร
กลุ่มสาระ/ห้องเรียนพิเศษ
:. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ห้องเรียน DLIT



โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 28/ก.ค./2557
ผู้ใช้งานขณะนี้ 28 IP
ขณะนี้
28 คน
สถิติวันนี้
696 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
1927 คน
สถิติเดือนนี้
44589 คน
สถิติปีนี้
44589 คน
สถิติทั้งหมด
1287119 คน
IP ของท่านคือ 54.161.98.96
(Show/hide IP)

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
เมื่อเสือใต้ บุกขย้ำ สิงโต   VIEW : 379    
โดย คุ้กกี้

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 142
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 9
Exp : 62%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.82.28.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 27 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เวลา 14:08:25   

เชลซี ปะทะ บาเยิร์น มิวนิค...บิ๊กเกมแห่งรอบน็อคเอาท์ เอาจริงๆนะครับ แม้ว่ายูฟา พยายาม ประสานผลประโยชน์สโมสร ประสานผลประโยชน์ สมาคมฟุตบอลชาติสมาชิกทั้งหมด เริ่มจัดรอบแบ่งกลุ่ม มีนอคเอาต์ รวมๆแล้ว 13 นัดจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

    แต่...ฟุตบอลสโมสรยุโรป ทั้งยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกและยูโรปา ลีกนั้น ความสนุกเริ่มที่รอบน็อคเอาท์

    ถ้าเราย้อนไปยุคเดิมสำหรับแฟนบอลอายุ 45 ปีขึ้นไป ฟุตบอลถ้วยยุโรปทั้งสามรายการไม่มีรอบแบ่งกลุ่ม ไม่มีทีมวาง..จับสลากน็อคเอาท์ ชนกันได้หมดเลย

    มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ยุค 50 เริ่มต้นสโมสรยุโรป ครั้นพอชาติสมาชิกมีแนวคิด "ซุปเปอร์ ลีก" ขึ้นมา ไม่ง้อทีมเล็กๆ จะจัดลีกกันเองของบิ๊กทีมในชาติใหญ่ๆ

เมื่อเสือใต้ บุกขย้ำ สิงโต

    ยูฟา จึงต้องพยายามหาวิธีการประสานผลประโยชน์ให้ลงตัวที่สุด จากยูโรเปี้ยน คัพ จึงกลายเป็น ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก สำหรับถ้วยใหญ่สุด จากน็อคเอาท์ จับชน มีรอบแบ่งกลุ่ม แล้วค่อยน็อคเอาท์ จากที่คัดเฉพาะแชมป์ลีกสูงสุดเท่านั้นจึงได้เตะ

มาเป็นแชมป์ และอันดับในลีก 1-2-3-4 ตามคะแนนของยูฟา

    ผมเองโตมากับยุคยูโรเปี้ยน คัพเดิม...รอบน็อคเอาท์ ได้เห็นและอ่านข้อมูลความยิ่งใหญ่ "หงส์แดง" ในถ้วยใบนี้ ก่อนพัฒนาเป็นแชมเปี้ยนส์ ลีก มีรอบแบ่งกลุ่ม "มินิลีก"

    ถ้าถามผมนะครับ...ผมมองว่า "แชมเปี้ยนส์ ลีก" ดูลงตัวสุด มันคือการเปิดโอกาส 6 เกมให้แก้ตัว ไม่ใช่ เตะสองนัดเหย้าเยือน แพ้แล้วตกรอบเลย....มันดูโหดไปนิด มันคือสนุกตื่นเต้น...แต่ทีมใหญ่ ตกม้าตายก็เยอะ

    ยูฟา เล็งเห็นตรงนี้ บวกกับเพื่อป้องกัน ซุปเปอร์ ลีก การจัดรูปแบบนี้จึงลงตัวมาตั้งแต่ปี 1992 พร้อมกับการกำเนิดของพรีเมียร์ลีก

    วันนี้ 27 ปีแล้ว...ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งแง่การตลาดและฟุตบอล เพียงแต่เส้นทางจากนี่ไปจะเป็นอย่างไร เราต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตบอล

    ในสัปดาห์นี้ยังมีรอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้ายแข่งขันกันทั้งสองถ้วย คืนวันอังคารผมปักหลักเฝ้าดู เชลซีกับบาเยิร์น เป็นหลัก ดูนาโปลีเตะบาร์ซ่าเป็นรอง...วันนี้จึงเขียนลงเพจเน้นเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เท่านั้น

    ทีมเสี่ยหมี vs ทีมครอบครัว เสือใต้

    เชลซี ชุดนี้ได้โค้ชหนุ่มไฟแรงและศิษย์เก่าของทีม ประเมินผลงานถึงตรงนี้...ยกเครดิตให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เขาทำทีมเน้นคนหนุ่ม เป็นหลัก...และยึดอันดับสี่มั่นคง เข้ารอบเอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก จับชน บาเยิร์น

    แน่นอนประสบการณ์ของโค้ชและนักเตะมีไม่มาก ปัญหาอย่างที่ทราบกันดี ซื้อนักเตะไม่ได้ ด้วยเพราะโดนยูฟา ห้ามซื้อขายนักเตะสองตลาดโดยเชลซี อุทธรณ์ เหลือหนึ่งตลาด

เมื่อเสือใต้ บุกขย้ำ สิงโต

    ขณะที่ เสี่ยหมี แก ไม่ได้วีซ่า ทำงานในอังกฤษ หรือไม่ได้ work permit นั่นเอง แกใช้วีซ่า นักท่องเที่ยวจากพาสพอร์ท อิสราเอล เราจึงไม่เห็นแกตามหน้าจอทีวี ตรงนี้มีผลคือ การทุ่มทุนสร้างซื้อนักเตะเหมือนก่อนไม่มี กระทั่งโค้ช ต้องไปดึง แลมพ์ มาทำงาน เหมือนทีมแกกำลังสร้างใหม่ เต็มไปด้วยดาวรุ่ง โค้ชก็ดาวรุ่ง

    รูปแบบโครงสร้างตรงข้ามับบาเยิร์น มิวนิค ที่เหมือนครอบครัว ถ้าหากลิเวอร์พูล ของ FSG เหมือนทีมครอบครัวแล้ว เสือใต้ น่าจะเหมือนกว่า ตั้งแต่ประธานบริหารจนถึงสตาฟโค้ช ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่า บาเยิร์น ทั้งสิ้น

    เมื่อก่อน ฟร้านส์ เบคเคนบาวเออร์ ประธานบริหาร ปัจจุบัน อูลี เฮอเนส อดีตดาวเตะของทีม เป็นประธานสโมสร วันนี้ คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้  ประธานกรรมการบริหารสโมสร นี่คือตำนานดาวยิงเสือใต้

    ฮาซาน ซาลีฮามิดซิช ผู้อำนวยการกีฬาสโมสร ที่เราเห็นนั่งในซุ้มทุกเกม เขาคนนี้ก็อดีตนักเตะเก่า เช่นเดียวกันกับ ผู้จัดการทีมทั่วไปสุภาพสตรี ชื่อ แคทเธอรีน ครูเกอร์ อดีตนักบอลหญิงบาเยิร์น ที่รับงานส่วนนี้

    หน้าที่หลักนอกจากนั่งในซุ้มแล้ว เธอจะคอยให้คำปรึกษา และสังเกตการณ์เรื่องฟุตบอล พูดคุยรับฟังเรื่องราวของนักเตะ ก่อนเป็นข้อมูลให้ทีมงานของ ฮันซี ฟลิค และ ฮาซาน นี่คืองานระบบแบบบาเยิร์น ที่ เน้น "ครอบครัว" เสือใต้ ของแท้

    เช่นเดียวกับฟุตบอลเสือใต้มีความต่างจากเชลซี แม้โค้ช ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค รับงานโค้ชใหญ่ครั้งแรก หลังจาก วางมือในการเป็นผู้ช่วยของ โยอาคิม เลิฟ ในทีมชาติ เข้ามาดูแลทีมในฐานะทีมเทคนิค ซึ่งผมอ่านไต๋ตอนแรกออกว่า...

    ฮันซี ฟลิค น่าจะมีโอกาสรับงานชั่วคราว ถ้าหากเสือใต้ เปลี่ยนโค้ช อย่างปีก่อนร่ำๆจะปลด นิโก โควัช ตั้งแต่ก่อนหน้าหนาว สุดท้ายปีนี้โดนจนได้ จะด้วยรูปแบบไม่สนุหรือความหัวแข็งไม่ลงรอยกับทีมบริหาร นั่นคงไม่มีใครรู้ลึกๆ นอกจากคาดการณ์กันไปต่างนานา

เมื่อเสือใต้ บุกขย้ำ สิงโต

    วันนี้ ฮันซี ฟลิค ทำงานเต็มตัว...ดูแลเสือใต้ กระทั่งแซงไลป์ซิก ขึ้น "จ่าฝูง" บุนเดสลีกา ประสบการณ์ไม่ต่าง แลมพ์ นะครับ แต่สภาพทีมผมว่าเสือใต้ดูลงตัวกว่า ตัวผู้เล่นมีทั้งเก๋าเกม และ ดาวโรจน์ พร้อม ผ่านเกมโชกโชนกว่าเด็กสิงห์

แต่ฟุตบอลมีอะไรให้คาดไม่ถึงตลอดเวลา

    แทกติก รับในแดนของแลมพ์

    เกมนี้ แลมพ์ จัดชุดเดิมที่ชนะสเปอร์ส ลงเล่น นายด่านสุดท้ายยังมั่นใจ...กาบาเยโร ไม่ใช่ เกปา 

    ส่วน ชิรูด์ ลงตัวจริงต่อเนื่องสองนัด...เมสัน เมาน์ท, รอส บาร์คลีย์ สนับสนุน เล่นระบบ 3-4-3 สู้เสือใต้

    ส่วน ฮันซี ฟลิค จะระบบ 4-2-3-1

    นอยเออร์ เฝ้าเสา แบกโฟร์ ใช้ เดวีส์ ปีกทีมชาติแคนาดา เล่นแบกซ้าย คู่เซนเตอร์ อลาบา- บัวเต็ง ซึ่งเซนเตอร์อาชีพ ไม่พร้อม ขณะที่แบกขวาเป็น แบ็งฌาแมง ปาวาร์ 

    กลางคู่ เตียโก กับ โจชัว คิมมิช กลางรุก โทมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ และ โกมอง ส่วนหน้าเป้า เลวานดอฟสกี้

    30 นาทีแรก "เสือใต้" แค่ครองบอล

    รูปแบบการเล่นคือทีมเยือนครองบอลได้มากกว่า ขณะที่ทีม แลมพาร์ด รับในแดนรอสวน ทำให้พื้นที่แดนตัวเองนั้นแน่นและเต็ม รอจังหวะสวนกลับ กลางรับ จอร์จินโญ, โควาซิช และวิงแบกสองข้าง อลอนโซ และ อัสปี ลงมาปิดพื้นที่

ดังนั้นปีกและการเดินเกมริมเส้น บาเยิร์น โดนตัดตอนออก

    แต่การเจาะตามช่องของเสือใต้ ทำได้ สร้างโอกาสในกรอบ2-3 ครั้งงามๆ ทั้ง มุลเลอร์, เลวานดอฟสกี้ ก่อนจบครึ่งแรก 0-0 ดูทรงเชลซี พอต้านได้อยู่

    นั่นสิ ... ทำไมครึ่งหลังออกมาเละ

    แพ้กระดูก ชัดเจน!

    เชลซี แพ้ทั้งคุณภาพและ ลูกประสบการณ์ สู้กันไปเกิน50 นาที เริ่มเห็น ทีมแลมพาร์ด สร้างปีแรก ส่วนเสือใต้ แม้เปลี่ยนโค้ช แต่โครงสร้างของทีมชุดเดิมๆ รูปแบบการเล่น เข้าระบบกันหมดแล้ว พอเล่นไป แรงเสียดสี จังหวะ จะโคน เข้าทางหมด แล้วพอเสียประตูแรกไปก่อน ใจนักเตะเชลซี ก็เป๋ ทันที

เมื่อเสือใต้ บุกขย้ำ สิงโต

    ยิ่งเล่นยิ่งแพ้ในเกมนี้ ..

    ยิ่งคุณภาพการเข้าทำ และเกมรับ เป็นรองเยอะ เลวานดอฟกี้ ยิงประตูที่11 ในชปลปีนี้ ลูกที่39 ใน33 เกมทุกรายการ!!!!

    ส่วน แซร์จ นาบรี้ เหมาสอง ถูกโฉลกกับการยิงทีมลอนดอน ตุลาคมที่ผ่านมายิงสเปอร์ส4 ลูกคนเดียว วิธีการเข้าทำ บวกคุณภาพตัวรุก ทำให้หลังเชลซี ต้านไม่อยู่

    ใบแดง อลอนโซ่ และ การโดนแบนนัดหน้าของ จอร์จินโญ่ ซ้ำสถานะการณ์ หนักขึ้นกว่าเดิม แทบหมดทางสู้ ในเกมหน้า

    แพ้ขาดเกมนี้ คือบทเรียนของ แลมพ์!!!

    บทสรุปคู่นี้ ชัดมากพอสู้กันไปเรื่อยๆ"คุณภาพ" เสือใต้ เหนือกว่า มาตรฐานของนักเตะและทีม มีมากกว่า เสือใต้ ทั้งสดและเก๋า ลงลอค การปรับตำแหน่ง คิมมิช เล่นกลางรับ ถอยปีกความเร็ว อย่าง อัลฟอนโซ เดวีส ตัวทีมชาติแคนาดา มาเล่นแบกซ้าย กลายเป็นตัวรับที่บุกด้านข้างไปเลย

    นัดหน้าที่บ้านเสือใต้...คงไม่มีปาฏิหารย์ใดๆมาพลิกสถานะการณ์ ให้เชลซี ยิง4 ลูก โดยไม่เสีย

    ผมคิดว่าเชลซี ยิงได้ครับ แต่ "เกมรับ" นี่แหละ คือปัญหาใหญ่ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่ใช่แค่จะตกรอบชปล. อย่างเดียว หากปรับไม่ทัน อันดับ4 อาจโดน แมนฯยูฯ แซง ได้เลย!!!

 

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว แวดวงกีฬา เทรนใหม่ๆ ได้ที่   katycorridor.org